ประวัติบาคาร่าเป็นแบบไหน  การนับแต้ม บาคาร่คืออะไร

ประวัติบาคาร่าเป็นแบบไหน
ประวัติบาคาร่าเป็นแบบไหน
ประวัติบาคาร่าเป็นแบบไหน

ประวัติบาคาร่าเป็นแบบไหน  การนับแต้ม บาคาร่คืออะไร วิธีการเล่นไพ่บาคาร่า วิธีวางเดิมพันฉบับบาคาร่า เรามาทำความรู้จักกับคาสิโนยอดฮิตกันเถอะ

หากว่าเราสนใจเรื่องของเกมบาคาร่า ก็น่าจะทราบเกี่ยวกับ ประวัติบาคาร่า เพราะหากเผื่อมีใครถามเราก็จะได้ โชว์ภูมิความรู้ตอบได้ โดยสำหรับประวัติบาคาร่านั้นถือว่ามีความเป็นมาที่ค่อนข้างยาวนานมาก เพราะจากประวัติที่ทำการค้นคว้าและหลักฐานที่ค้นพบ ก็ทำให้เราสามารถย้อนไปได้ถึงในศตวรรษที่ 15 กันเลยทีเดียว โดยสำหรับคำว่า Baccarat (อ่านว่า แบคะรา) มันมีความหมาย คือ ศูนย์ ซึ่งจะเป็นการเรียกตามกติกาบาคาร่า ในการเล่นเกมไพ่ชนิดนี้จะมีไพ่ที่มีสัญลักษณ์ Jack,Queen,King โดยในเกมจะถูกแทนค่าด้วย 0 คือมีแต้มเท่ากับ 0 แต้ม เล่นบาคาร่า

จากนั้น Baccarat ก็มีการเล่นการเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้นและมีการแพร่หลายไปทั่วยุโรป จนกระทั่งในปีคริสตศักราช 1950 เกมไพ่บาคาร่าก็ถูกนำไปเล่นที่อเมริกา (ลาสเวกัส) และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่เกมไพ่ Baccarat ได้รับความนิยมในหมู่นักพนันเพิ่มมากขึ้นทำให้ต่อมามีการแบ่งโต๊ะบาคาร่า ตามระดับของการวางเดิมพัน หากใครที่มีการวางเดิมพันไม่สูงก็จะถูกจัดให้เล่นอยู่โต๊ะบาคาร่าที่มีการกำหนด Minimum และ Maximum การวางเดิมพันเอาไว้ สำหรับใครที่มีทุนหนาวางเดิมพันแต่ละตาค่อนข้างสูงก็จะถูกจัดไปอยู่อีกโต๊ะนึงซึ่งไม่มีการกำหนด Maximum การวางเดิมพันเเต่มีการกำหนด Minimum ไว้

โดยผู้ที่คิดค้นเกมนี้ขึ้นมา คือ ชายชาวอิตาลีที่ชื่อว่า Felix Falguirein โดยเขามีอาชีพเป็นนักพนันซึ่งการคิดค้นเกมนี้มีการสันนิษฐานว่าน่าจะมีแนวคิดมาจากพิธีกรรมของลัทธิอารยธรรมอีทรัสดัน ซึ่งมีอายุเก่าแก่มากกว่า 1,500 ปีก่อนคริสตกาล โดยพิธีกรรมนี้จะถูกจัดขึ้นเพื่อที่จะเฟ้นหาหญิงสาวมาทำหน้าที่เป็นนักบวชในลัทธิ ซึ่งจะใช้วิธีการเสี่ยงทาย เลือกหญิงสาวจากลูกเต๋าที่มีการออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยจะมีทั้งหมด 9 หน้า โดยลูกเต๋าในแต่ละหน้านั้นก็จะมีหมายเลขกำกับอยู่ตั้งแต่หมายเลข 1 ไปจนถึง 9 หากหญิงสาวคนไหนที่มีการทอยลูกเต๋าแล้วได้แต้ม 9 หรือ 8 ก็จะเป็นผู้โชคดีรับหน้าที่ในลัทธิ สำหรับเหตุผลว่าทำไมลัทธินี้จึงให้ความสำคัญกับเลข 9 เป็นเพราะลัทธิที่นี้มีการนับถือเทพเจ้าอยู่ 9 องค์นั้นเอง ด้วยความที่มีประวัติมีความขลังและมีความคลาสสิกซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ Felix Falguirein (เฟลิกซ์ ฟาลกูยเรน) นำเอาไอเดียนี้มาพัฒนาเป็น เกมบาคาร่า

 

การนับแต้มบาคาร่า 

โดยทั่วไปแล้วไพ่ที่ใช้สำหรับการ เล่นบาคาร่า จะใช้ 6-8 สำรับ ( 1 สำรับมีไพ่ 52 ใบ) ซึ่งก็จะมีไพ่ที่ใช้เล่นอยู่ทั้งหมด คือ จำนวน  312-416 ใบ ซึ่งแต้มของไพ่แต่ละใบนั้น ก็จะมีวิธีการนับดังนี้

  • ไพ่ทีมีตัวเลขทั้งหมด *ยกเว้น 10 ให้นับแต้มตามเลขที่กำกับหน้าไพ่แต่ละใบ (2,3,4,5,6,7,8,9)
  • ไพ่ที่มีตัวเลข 10 ให้นับแต้มเป็น 0
  • ไพ่ที่มีเป็นอักษร *ยกเว้น A  ให้นับแต้มเป็น 0 (J,K,Q)
  • ไพ่ที่มีเป็นอักษร A ให้นับแต้มเป็น 1

 

วิธีแทงบาคาร่า คือ

สำหรับคนที่จะวางเดิมพันเกมส์บาคาร่า ก็มีหน้าที่เพียงแค่ เลือกฝั่งที่คิดว่าจะชนะ และวางเงินเดิมพันเท่านั้น โดยผู้วางเดิมพันปัจจุบันสามารถเลือกที่จะวางเงินได้ทั้งหมด 4 แบบ คือ

  • เลือกวางเดิมพันว่า แบงค์เกอร์ (Banker) จะมีแต้มชนะ เพลย์เยอร์ (Player)
  • เลือกวางเดิมพันว่า เพลย์เยอร์ (Player)  จะมีแต้มชนะ แบงค์เกอร์ (Banker)
  • เลือกวางเดิมพันว่า แบงค์เกอร์ (Banker) และ เพลย์เยอร์ (Player) จะมีแต้มออกมาเสมอกัน
  • เลือกวางเดิมพันว่า เพลย์เยอร์ (Player) / แบงค์เกอร์ (Banker) ไพ่ที่ออกมาจะเป็นคู่

 

 

วิธีการเล่นไพ่บาคาร่า
ในวันนี้เราจะมาสอน วิธีการเล่นไพ่บาคาร่า สำหรับมือใหม่ ไพ่บาคาร่าเป็นเกมส์ที่เล่นง่ายมาก ไม่ได้มีกฏกติกาอะไรที่ซับซ้อนมากนัก หลักการเล่นไพ่ บาคาร่า จะใช้วิธีการเล่นหลักๆคล้ายกับการเล่นไพ่ป็อกเด้งแบบบ้านเรา นั่นคือการนับผลรวมแต้มจากไพ่ 2 ใบ ใครแต้มสูงกว่าก็ชนะ และสามารถเรียกไพ้เพิ่มได้ฝั่งละ 1 ใบ แต่สำหรับบาคาร่า จะเล่นแค่ผลรวมแต้มเท่านั้น จะไม่มีป็อก ไม่มีตอง นับที่ผลรวมแต้มอย่างเดียว การเล่น บาคาร่า ผู้เล่นจะสามารถเลือกฝั่งในการเดิมพันได้ว่า จะเลือกลงเดิมพันฝั่งไหน การลงเดิมพันกับบาคาร่ายังสามารถลงเดิมพันได้หลากหลายรูปแบบ อัตราการจ่ายก็จะแตกต่างกันออกไป มาดูกันเลยว่าวิธีการเล่นบาคาร่าเป็นอย่างไร

1. ผู้เล่นจะต้องเลือกลงเดิมพันซึ่งจะเป็นออกเป็น 5 รูปแบบด้วยกัน นั่นก็คือ

  • ลงเดิมพันฝั่งผู้เล่น ( Player ) หากฝั่งผู้เล่นได้ผลรวมแต้มสูงกว่า จะชนะรับเงินทันที 1 เท่าของเดิมพัน
  • ลงเดิมพันฝั่งเจ้ามือ ( Banker ) หากฝั่งเจ้ามือได้ผลรวมแต้มสูงกว่า รับเงินรางวัล 95% ของเงินเดิมพัน
  • ลงเดิมพันเสมอ ( Tie ) หากผลรวมแต้มของฝั่งเจ้ามือและฝั่งผู้เล่นออกมาเท่ากัน จะได้เงิน 8 เท่าของเดิมพัน ในกรณีที่ผู้เล่นลงเดิมพันฝั่ง Player หรือ Banker แต่ผลเกมส์ออกเสมอ ผู้เล่นจะได้รับเงินเดิมพันคืน
  • ลงเดิมพัน Player Pair คือการเดิมพันว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งผู้เล่นจะออกแต้มเดียวกัน ได้เงิน 11 เท่าของเดิมพัน
  • ลงเดิมพัน Banker Pair คือการเดิมพันว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งเจ้ามือจะออกแต้มเดียวกัน ได้เงิน 11 เท่าของเดิมพัน

2. วิธีการเล่นไพ่บาคาร่า เมื่อผู้เล่นลงเดิมพันเสร็จสิ้นแล้ว เจ้ามือจะทำการแจกไพ่ให้ฝั่งละ 2 ใบ โดยเริ่มแจกให้กับฝั่งผู้เล่นก่อน ในกรณีที่เปิดไพ่ทั้งหมดแล้วฝั่งใดได้ผลรวมแต้ม 8 หรือ 9 จะชนะทันที แต่หากไม่มีฝั่งไหนได้ 8 – 9 แต้ม จะสามารถเรียกไพ่เพิ่มได้อีกฝั่งละ 1 ใบ แล้วนับผลรวมแต้มใหม่อีกครั้ง ฝั่งใดได้แต้มสูงกว่าชนะทันที การนับผลรวมแต้มจะเหมือนกับการเล่นไพ่ป็อกเด้ง แต่บาคาร่าจะไม่เล่นไพ่ตอง ไพ่ขอบ จะนับแค่แต้มเท่านั้น

3. เงื่อนไขการแจกไพ่เพิ่มใบที่ 3 จะมีเงื่อนไขที่ตายตัวซึ่งฝั่งเจ้ามือจะมีความได้เปรียบมากกว่า เพราะเมื่อทั้ง 2 ฝั่งต้องการเรียกไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ ไพ่ใบที่ 3 จะถูกแจกให้กับฝั่งผู้เล่นก่อนและเปิดไพ่ทันที หากผลรวมแต้มไพ่ 3 ใบของฝั่งผู้เล่นน้อยกว่าผลรวมแต้มของไพ่ 2 ใบฝั่งเจ้ามือ ทางฝั่งเจ้ามือจะไม่ต้องจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่มและชนะทันที แต่หากผลรวมแต้มไพ่ 3 ใบของฝั่งผู้เล่นมากกว่าฝั่งเจ้ามือ เจ้ามือก็ยังจั่วไพ่เพิ่มได้

 

วิธีวางเดิมพันฉบับบาคาร่า

ท่านสมาชิกจะสามารถวางเงินเดิมพันได้ตามตัวเลือกเมนูสำหรับแทงบาคาร่าออนไลน์ ดังต่อไปนี้

1. Player (เพลเยอร์) คือ การวางเดิมพันทางฝ่ายผู้เล่น อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:1

2. Banker (แบงเกอร์) คือ การวางเดิมพันฝ่ายทางเจ้ามือ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:0.95

3. Tie Game (เสมอ) คือ การวางเดิมพันผลเสมอกันระหว่างทางฝ่ายผู้เล่นกับทางฝ่ายเจ้ามือ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:8

4. Player Pair (เพลเยอร์คู่) คือ การวางเดิมพันทางฝ่ายผู้เล่นจะออกไพ่คู่หรือหน้าไพ่ที่เหมือนกันใน 2 ใบแรก โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:11

5. Banker Pair (แบงเกอร์คู่) คือ การวางเดิมพันทางฝ่ายเจ้ามือจะออกไพ่คู่หรือหน้าไพ่ที่เหมือนกันใน 2 ใบแรก โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:11

6. Either-Pair (ไพ่เบิ้ล) คือ คือ การวางเดิมพันหน้าไพ่ 2 ใบแรก ไม่ว่าจะฝ่ายเจ้ามือหรือฝ่ายผู้เล่นออกเลขเดียวกัน หรือตัวอักษรเดียวกัน อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:5

7. Perfect-Pair (ไพ่เบิ้ลฟลัช) คือ การวางเดิมพันหน้าไพ่ 2 ใบแรก ไม่ว่าจะฝ่ายเจ้ามือหรือฝ่ายผู้เล่นออกเลขเดียวกัน หรือตัวอักษรเดียวกันและต้องมีดอกสีเดียวกัน อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:25

8. Big (ใหญ่) คือ การวางเดินพันในการแจกไพ่แต่ละตา ต้องมีจำนวนไพ่รวมกัน 5 หรือ 6 ใบ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:0.53

9. Small (เล็ก) คือ การว่างเดิมพันในการแจกไพ่แต่ละตา ต้องมีจำนวนไพ่รวมอยู่ที่ 4 ใบ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:1.45

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น