เสือมังกร เกมไพ่ที่ได้รับการดัดแปลงจากการเล่นบาคาร่า

เสือมังกร
เสือมังกร
เสือมังกร

เสือมังกร เกมไพ่ที่ได้รับการดัดแปลงจากการเล่นบาคาร่า โดยบาคาร่ามีวิธีการเล่นที่ลุ้นสนุกและให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ก็ต้องใช้เวลาในแต่ละตาที่ค่อนข้างนาน จึงทำให้เกมไพ่เสือมังกร ถูกสร้างขึ้นเพื่อลดระยะเวลาในการเล่นลง และใช้ไพ่ในการลุ้นเพียงฝ่ายละ 1 ใบเท่านั้น

สำหรับเกมเสือมังกรในแต่ละโต๊ะ จะใช้ไพ่ทั้งหมด 6-8 สำรับในการเล่น ที่ดีลเลอร์หรือคนแจกไพ่จะทำการแจกฝ่ายเสือ (Tiger) และมังกร (Dragon) เพียงฝ่ายละ 1 ใบเท่านั้น แล้วรอเวลานับถอยหลังก่อนที่จะเปิดไพ่ขึ้นมา เพื่อดูว่าฝ่ายไหนจะมีแต้มหน้าไพ่มากกว่ากัน

โดยคุณที่เป็นผู้เล่นจะเลือกได้ว่าจะแทงเดิมพันที่ฝ่ายเสือ (Tiger) หรือมังกร (Dragon) หรือเสมอกัน (Tie) ลงบนโต๊ะที่ตีช่องเอาไว้ ซึ่งไพ่ A จะมีค่าน้อยที่สุด และไพ่ 10, J, Q, K จะมีค่าสูงที่สุดในเกม

 

ประวัติความเป็นมา ของเกม เสือมังกร

เกมไพ่เกมนี้ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ ด้วยลักษณะของเกมที่มีความง่าย รวดเร็ว และมีอัตราการจ่ายที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามเกมไพ่เกมนี้ มีลักษณะการเล่นคล้ายคลึงกับ บาคาร่า แต่บาคาร่านั้นจะมีความซับซ้อนด้วยวิธีการเล่น และการเดิมพันที่หลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงเปิดไพ่สูงสุดถึง 3 ใบ

เกมไพ่ใบเดียวที่ประยุกต์มาจากการเดิมพันกับเกมไพ่หลากหลายรูปแบบ หลายยังไม่รู้จักอาจมองว่าเกมไพ่เกมนี้มีความซับซ้อน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เสือ-มังกร หรือ Dragon-Tiger เป็นเกมไพ่ที่สามารถเล่นได้ง่ายมาก จากการใช้ไพ่ใบเดียวในการตัดสินแพ้ชนะ รูปแบบเกมไพ่นี้ มีประวัติความเป็นมาที่ไม่แน่ชัดนักว่าเกิดขึ้นมาจากเกมรูปแบบใด หลายแหล่งสันนิษฐานว่าเกิดขึ้นในโซนเอเชียที่มีการพัฒนารูปแบบของไพ่แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งเขมรที่เป็นต้นตำรับของคาสิโน หรือแม้กระทั่งในจีนแผ่นดินใหญ่

อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่า มีการพัฒนาเกมไพ่ให้มีรูปแบบของความรวดเร็ว ด้วยการตัดสินใจกับไพ่แค่เพียงใบเดียว และยึดผลแพ้ชนะที่แต้ม 13 แต้ม

แม้ค่อนข้างจะแตกต่างกับเกมไพ่ในแบบอื่น แต่ก็ถือว่ามีเค้าโครงมาจากรูปแบบไพ่ที่ค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นเกมไพ่บาคาร่า หรือ ไพ่ป๊อกเด้ง ที่อ้างอิงมาจากผลของค่าสูงสุดของหน้าไพ่ซึ่งคือตัว K (13) ที่เอามาเป็นตัวกำหนดค่าของการได้ไพ่ตองสูงสุด

แต่ไม่ว่า ไพ่นี่จะมีความเป็นมาอย่างไร ด้วยเอกลักษณ์ตายตัวของเกมไพ่เกมนี้ จึงได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆ จนนำไปเป็นเกมเดิมพันกันในคาสิโนต่างๆ และถูกนำมาเล่นในคาสิโนออนไลน์ โดยมีการเพิ่มตัวเลือกให้เดิมพันที่มากขึ้น

การนับแต้มของไพ่เสือมังกร

สำหรับไพ่เสือมังกร เป็นการต่อสู้แต้มหน้าไพ่ของฝ่ายเสือและมังกรด้วยไพ่เพียงใบเดียว ซึ่งไพ่แต่ละใบจะมีวิธีการนับเลขคล้ายกับกาารเล่นบาคาร่า โดยจะมีแต้มหน้าไพ่ตั้งแต่ 1-13

  • ไพ่ตัวเลข 2-10 ใช้แต้มตามหน้าไพ่ เกมสล็อต
  • ไพ่ A มีแต้ม = 1 (มีค่าน้อยที่สุด)
  • ไพ่ J มีแต้ม = 11
  • ไพ่ Q มีแต้ม = 12
  • ไพ่ K มีแต้ม = 13 (มีค่ามากที่สุด)

วิธีการวางเดิมพันในรูปแบบต่างๆ

เดิมพันฝั่งมังกร (Dragon)
การเลือกเดิมพันฝั่งมังกร หรือ ฝั่งสีแดง คือการเดิมพันว่า แต้มไพ่ของฝั่งมังกรจะมากกว่าแต้มของฝั่งเสือ โดยอัตราการจ่ายรางวัลจะอยู่ที่ 1:1
เดิมพันฝั่งเสือ (Tiger)
การเลือกเดิมพันฝั่งเสือ หรือ ฝั่งสีเหลือง คือการเดิมพันว่า แต้มไพ่ของฝั่งเสือจะมากกว่าแต้มของฝั่งมังกร โดยอัตราการจ่ายรางวัลจะอยู่ที่ 1:1
เดิมพันเสมอ (Tie)
เป็นการเดิมพันว่า แต้มของทั้ง 2 ฝั่งจะมีค่าเท่ากัน ซึ่งโอกาสที่แต้มไพ่ของทั้งสองฝั่งจะเสมอกันนั้นเป็นไปได้ยาก ดังนั้นอัตราการจ่ายรางวัลจึงสูงกว่าแบบอื่นๆ โดยจะอยู่ที่ 11:1
เดิมพันแต้มเสมอดอกเดียวกัน (Suited Tie)
การเดิมพันว่า แต้มของไพ่ทั้ง 2 ฝั่งจะมีค่าเท่ากันและเป็นดอกเดียวกัน ความเป็นไปได้นั้นน้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย ผลตอบแทนของการเดิมพันนี้จึงอยู่ที่ 50:1

หน้าอินเตอร์เฟซและการใช้งานเมนูต่างๆ

หมายเลข 1 : กระดานเดิมพัน
หมายเลข 2 : เครดิตที่ใช้เดิมพัน เริ่มตั้งแต่ 50/100/500/1,000/5,000/10,000 และ วางเดิมพันสูงสุด
หมายเลข 3 : เวลา (ผู้เล่นต้องเดิมพันภายใน 30 วินาที)
หมายเลข 4 : จำนวนผู้เล่นที่วางเดิมพันในฝั่งต่างๆ
หมายเลข 5 : สถิติการออกรางวัล สีแดงคือมังกร และสีเหลืองคือเสือ
หมายเลข 6 : ยกเลิกการวางเดิมพันบนกระดานทั้งหมด
หมายเลข 7 : เดิมพันสองเท่าจากเดิม
หมายเลข 8 : เลือกวางเดิมพันเหมือนรอบที่ผ่านมา

 

สูตรการเล่นเสือมังกร

  1. สูตรเล่นคี่ ในช่วง 50 ตาแรกถือเป็นโอกาสทองที่เราจะแทงคู่-คี่ได้ วิธีการใช้สูตรก็คือแทงคี่ใน 20 ตาแรกเพื่อดูเค้าไพ่ แทงคู่ใน 20 ตาถัดไป แล้ว 10 ตาสุดท้ายให้กลับมาแทงคี่ เท่ากับว่าเราแทงคี่ไปทั้งหมด 30 ครั้ง ที่ต้องทำเช่นนี้เนื่องจากมันมีโอกาสที่จะออกไพ่คี่มากกว่าหากใช้ไพ่ 5 สำรับในการเล่น
  2. สูตรหางมังกร ให้ดูว่าฝั่งไหนชนะติดกันยาว ๆ ตั้งแต่ 3-4 รอบ จากนั้นให้เราแทงตามไปเลย โดยส่วนมากเค้าไพ่หางมังกรจะออกติดกันสูงสุดประมาณ 5-6 รอบ
  3. สูตรปิงปอง หรืออีกชื่อก็คือแทงสลับฝั่ง เราจะดูเค้าไพ่ก่อนว่ามันสลับแพ้ชนะกันอยู่หรือไม่ หากสลับกันอยู่ก็ใช้วิธีแทงดักไว้เลย เช่น ออก เสือ, มังกร, เสือ รอบต่อไปเราแทง มังกร รอได้เลย
  4. สูตรแทงเจ้า เนื่องจากทุกเกมพนันจะมีค่า House Edge ที่ช่วยให้ คาสิโนออนไลน์ ได้เปรียบเราอยู่ เราจึงใช้จุดนี้เพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับเราด้วยการแทงฝั่งเจ้ามือ แต่การจะใช้สูตรนี้ต้องดูด้วยนะครับว่าไพ่ออกฝั่งเขาหรือไม่
  5. สูตรแทงติดสองตา ใครที่ทุนน้อยหรืออยากเล่นนาน ๆ แนะนำว่าใช้สูตรเสือมังกรตัวนี้เลยครับ โดยเราจะใช้วิธีวางเดิมพันแบบต่ำสุดเท่าที่จะต่ำได้ และเราจะทบเดิมพันในรอบต่อไปก็ต่อเมื่อเราชนะ จากนั้นก็กลับมาเริ่มต้นวางเดิมพันต่ำสุดใหม่ ยกตัวอย่างเช่น รอบแรกแทงไป 50 บาท ชนะ รอบสองแทง 100 บาท ชนะ รอบสามแทง 50 บาท เพราะสองรอบแรกเราได้กำไรมาแล้ว 150 รอบนี้เลยใช้ทุนเก่า แล้วถ้ารอบสองแพ้ขึ้นมาทำไง ก็กลับไปแทงต่ำเรื่อย ๆ ครับจนกว่าจะชนะ วิธีนี้ต่อให้เราชนะแค่ 2 ใน 5 ก็ยังไม่ถือว่าขาดทุน
  6. สูตรล็อคเป้า อันนี้เป็นการวางแผนการเงินสำหรับการเล่นของเราว่าวันนี้จะเล่นกี่บาท จะเอากำไรกี่บาท จะเสียไม่เกินกี่บาท หากเป้าไหนถึงก่อนก็ให้เลิก เมื่อเล่นได้ไม่ใช้กำไรต่อทุน เมื่อเล่นเสียไม่เร่งเอาคืน ที่สำคัญเมื่อตั้งเป้าแล้วต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด สูตรนี้ถึงจะสำเร็จผล

เลือกแทงฝั่งไหนมีโอกาสชนะสูงกว่ากัน?

เกมไพ่เสือมังกรมีการคำนวณ RTP (Return to Player) หรือค่าสถิติการออกรางวัลว่าฝ่ายไหนมีโอกาสชนะมากกว่ากัน โดยแบ่งออกเป็น

  • ฝ่ายเสือ (Tiger) และมังกร (Dragon) มี RTP อยู่ที่ 96.27%
  • เสมอกัน (Tie) มี RTP อยู่ที่ 82.17%
  • การเดิมพันอื่นๆ ได้แก่ คู่ คี่ ดำ แดง สูง ต่ำ มี RTP อยู่ที่ 92.31%

ดังนั้นพอจะสรุปได้ว่าโอกาสการชนะของการเดิมพันที่มังกร หรือเสือ มีโอกาสชนะรางวัลได้บ่อยที่สุด รองลงมาคู่เดิมพันรูปแบบต่างๆ และโอกาสการเสมอกันมีไม่บ่อยมาก

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น